งานเทศกาลร่มบ่อสร้างเชียงใหม่และหัตถกรรมสันกำแพง

เทศกาลร่มบ่อสร้าง จังหวัดเชียงใหม่


ประวัติ / ความเป็นมา
บ้านบ่อสร้าง อยู่ในเขตอำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นหมู่บ้านที่มีการทำร่ม ซึ่งมีลักษณะเด่นไม่เหมือนที่อื่น คือ ตัวร่มทำด้วยกระดาษสาและผ้าแพร สีสันสดใส มีลวดลายดอกไม้สวยงามซึ่งถือว่าเป็นหัตถกรรมพื้นบ้านที่น่าสนใจ และได้รับการขนานนามจากชาวต่างประเทศ ว่าเป็นหมู่บ้านทำร่ม หรือ Umbrella Village และแต่ละวันจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางไปเที่ยวชมบ้านบ่อสร้างเป็นประจำ โดยเฉพาะในช่วงที่มีงานเทศกาลร่มบ่อสร้างด้วยแล้ว ดูราวกับว่าทุกคนจะพากันหลั่งไหลไปเที่ยวบ้านบ่อสร้างกันเป็นจำนวนมาก
แต่เดิมหมู่บ้านแห่งนี้เป็นแหล่งกำเนิดการทำร่ม ศิลปหัตถกรรมพื้นเมืองซึ่งเป็นเอกลักษณ์เด่นของชาวเชียงใหม่มาประมาณกว่า 200 ปีมาแล้ว กล่าวกันว่า ชาวบ้านเดิมมาจากประเทศพม่า และไทยใหญ่ อพยพมาตั้งถิ่นฐานที่นี่ และเข้าใจกันว่าการทำร่มนี้เอาแบบอย่างมาจากประเทศพม่า แต่บางตำราก็บอกว่ารับศิลปหัตถกรรมนี้มาจากยูนนาน ทางตอนใต้ของประเทศจีน ซึ่งในสมัยนั้นส่วนมากจะทำโดยพระภิกษุที่อยู่ในวัด เพื่อถวายเจ้านาย แต่อย่างไรก็ตามการทำร่มก็เป็นหัตถกรรมในครอบครัวของชาวบ้านบ่อสร้าง ที่ควบคู่ไปกับการทำกสิกรรมมาตั้งแต่โบราณกาล เป็นอาชีพคู่บ้านที่นำชื่อเสียงมาสู่หมู่บ้านบ่อสร้าง ตั้งแต่ครั้งที่บ่อสร้างยังเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่ไม่ค่อยมีใครรู้จักและสนใจ แต่ชาวเชียงใหม่สมัยก่อนนิยมใช้ร่มกันแดดทุกคน เมื่อออกจากบ้านเขาจะต้องกางร่มถือร่มติดตัวไปด้วยเสมอ จนถือเป็นสัญลักษณ์ประการหนึ่งของชาวเชียงใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสาวเชียงใหม่สมัยนั้นนิยมแต่งกายแบบพื้นเมือง ขี่รถจักรยานสองล้อมือหนึ่งถือแฮนเดิล อีกมือหนี่งถือร่มกางไปตลอดทางอย่างที่เรียกกันว่า แม่ญิงขี่รถถีบก๋างจ้อง เป็นภาพที่ชวนมองยิ่ง จึงเห็นได้ว่าร่มเชียงใหม่ หรือร่มบ่อสร้างเป็นสิ่งที่นิยมใช้ในชีวิตประจำวันของชาวพื้นเมืองมาก และร่มบ่อสร้างยังได้ประกาศเกียรติคุณ สร้างความเกรียวกราวในต่างประเทศมาแล้ว นั่นคือ ได้รับรางวัลชนะเลิศ ในบรรดาสินค้าที่ระลึกทุกประเภท จากการประกวดในงานสัมมนาการท่องเที่ยวนานาชาติ ลอสแองเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7-8 ตุลาคม 2540 จากผู้เข้าประกวดทั่วโลกทั้งสิ้น 372 ราย แสดงให้เห็นว่าร่มบ่อสร้างศิลปหัตถกรรมชาวบ้านนั้น เป็นที่ชื่นชมในหมู่ชาวเชียงใหม่หรือชาวไทย ตลอดไปจนถึงชาวต่างประเทศ   มูลเหตุที่ทำให้เกิดมีงานเทศกาลร่มบ่อสร้างขึ้นมานั้น เกิดจากในช่วงเวลาหนึ่งที่ชาวบ้านบ่อสร้างซึ่งส่วนใหญ่มีฐานะยากจน กำลังจะละทิ้งอาชัพการทำร่มแล้วหันไปประกอบอาชีพอื่นที่ให้ผลกำไรมากกว่า ได้แก่ การแกะสลักไม้ เป็นเครื่องเรือนชนิดต่างๆ จนเป็นที่น่าวิตกว่า ในอนาคตอันใกล้แหล่งผลิตงานศิลปหัตถกรรมพื้นเมือง อันเป็นสัญลักษณ์ของชาวเชียงใหม่นั้นจะต้องสูญสลายไป ในที่สุดหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ และกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นหน่วยงานที่เพ่งเล็งเห็นความสำคัญในการสูญเสียสิ่งอันมีค่านี้ได้เข้ามามีบทบาทส่งเสริมงานอนุรักษ์และฟื้นฟูการทำร่มของชาวบ่อสร้าง เมื่อปี พ.ศ. 2520 โดยแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้ลุล่วงไปด้วยดี ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเกี่ยวกับวัตถุดิบ มาตรฐานการผลิต เงินทุน และการตลาด ฯลฯ เมื่อชาวบ้านบ่อสร้างได้รับการส่งเสริมจากหน่วยงานดังกล่าว จึงมีกำลังใจที่จะหันกลับมาทำร่มผลิตภัณฑ์พื้นบ้านอันมีค่าของตนดังเดิม การจัดงานเทศกาลร่มบ่อสร้างจึงเกิดขึ้นตาม แผนงานรณรงค์การประชาสัมพันธ์ เพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟูการทำร่มบ่อสร้างอีกขั้นหนึ่ง ซึ่งในขั้นนี้เป็นขั้นสำคัญ อันจะสอดคล้องกับแผนงานส่งเสริมการท่องเที่ยว คือ โครงการจัดตั้งศูนย์วัฒนธรรมและหัตถกรรมพื้นบ้านประจำภาคเหนือที่จังหวัดเชียงใหม่ตามแผนพัฒนาการท่องเที่ยวในระยะแผนพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 5 (พ.ศ. 2525-2529)

วัตถุประสงค์ในการจัดงานเทศกาลร่มบ่อสร้างก็เพื่อ
1. อนุรักษ์ให้ร่มบ่อสร้าง มรดกทางวัฒนธรรม ซึ่งเป็นศิลปหัตถกรรมอันเป็นเอกลักษณ์แห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทยให้คงอยู่ตลอดไป
2. ส่งเสริมให้หมู่บ้านทำร่มคงอยู่ในแผนท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ตลอดไป
3. สนับสนุนให้บ้านบ่อสร้างเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางศิลปวัฒนธรรมที่เป็นจุดดึงให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศได้เดินทางไปยังท้องถิ่นที่ผลิตอันเป็นผลให้มีการกระจายรายได้ไปสู่ประชาชน
4. ยกระดับมาตรฐานการผลิต ตลอดจนการพัฒนารูปแบบให้เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวซึ่งมีผลสืบเนื่องต่อการขยายตลาดให้กว้างออกไป ทั้งในประเทศและต่างประเทศ และเป็นการสร้างงานสร้างอาชีพให้คนในท้องถิ่นเพิ่มมากขึ้น
และในปี 2526 ได้มีการจัดงานเทศกาลร่มบ่อสร้างเป็นปีแรก ปรากฎว่างานนี้ได้รับความชื่นชมจากผู้ไปเที่ยวงานมาก เนื่องจากเป็นลักษณะการจัดงานที่แตกต่างจากงานเทศกาลอื่นๆ โดยลักษณะงานเป็นแบบ “Street Fair” กล่าวคือ ใช้พื้นที่ของหมู่บ้านบ่อสร้าง ซึ่งขนานกันตลอดแนวถนน ตั้งแต่บริเวณปากทางเข้าหมู่บ้านจนถึงท้ายหมู่บ้านระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร เป็นสถานที่จัดงาน โดยตกแต่งบ้าน และร้านค้าต่างๆ เป็นแบบล้านนาไทย ใช้ร่มสัญลักษณ์ของหมู่บ้านเป็นส่วนประกอบสำคัญในการตกแต่งพร้อมทั้งประดับประทีปโคมไฟแบบพื้นเมือง มีกิจกรรมประกวดการแข่งขัน นิทรรศการ การแสดงทางวัฒนธรรม การแสดงพื้นบ้าน มหรสพนานาชนิด ตลอดทั้งวันทั้งคืน

กิจกรรม / พิธี
ในทุกๆ ปีที่ผ่านมากิจกรรมต่างๆ ที่จัดขึ้นจะมีการแก้ไขปรับปรุงอยู่เสมอๆ แต่ทั้งนี้ก็จะมีกิจกรรมหนักๆ ของงาน คือ การจัดแต่งสถานที่แบบหมู่บ้านล้านนาไทย ซึ่งมีการจำลองชีวิตความเป็นอยู่ของคนพื้นเมือง เช่น หมู่บ้านชาวเขา มีการสาธิตชีวิตความเป็นอยู่ ตลอดจนการเย็บปักถักร้อย อันเป็นงานฝีมือการแสดงผลิตภัณฑ์ ของชาวเขาเผ่าต่างๆ และการแสดงของชาวเขาเผ่าต่างๆ และการแสดงของชาวเขาในบริเวณลานแสดงของหมู่บ้าน มีการประกวดประดับตกแต่งร้านให้สวยงาม เป็นการสร้างบรรยากาศให้มีชีวิตชีวา และเป็นเอกลักษณ์ของงานให้เด่นชัดขึ้น นอกจากนี้ยังมีการสาธิตศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านทางภาคเหนือ เช่น การทอผ้า การทำร่ม เครื่องเงิน เครื่องเขิน ไม้แกะสลัก ฯลฯ และการแสดงพื้นบ้าน  ที่สำคัญในงานเทศกาลร่มบ่อสร้างจะมีการจัดมหกรรมร่ม หรือร่มโชว์นานาชาติ โดยได้รับความร่วมมือจากสถานทูตประเทศต่างๆ เป็นอย่างดี ในการส่งร่มของประเทศตนมาแสดง เพื่อให้เห็นความเหมือนและความแตกต่างซึ่งกันและกัน อาทิ ร่มของพม่า บาหลี ฟิลิปปินส์ อินเดีย ญี่ปุ่น ฯลฯ นอกจากนั้นยังจัดให้มีการประกวดและแข่งขันการวาดลวดลายร่มทุกขนาด ทั้งประเภทวาดรูปแบบดั้งเดิมหรือประเภทออกแบบใหม่ แต่ต้องคงความเป็นเอกลักษณ์ของล้านนาไทยไว้ด้วย
นอกจากนี้ยังมีการประกวดสิ่งที่น่าสนใจต่างๆ เป็นต้นว่า การประกวดผลิตภัณฑ์ที่ทำจาก กระดาษสา ซึ่งเป็นวัสดุในการทำร่ม เช่น ดัดแปลงมาเป็นพัด โคม หรือสินค้าของที่ระลึกได้อีกหลายอย่าง การประกวดตุงหรือธงตะขาบการประกวดโคมลอย ประกวดธิดาบ่อสร้าง และแม่ญิงขี่รถถีบก๋างจ้อง ซึ่งมีส่วนในการเพิ่มบรรยากาศของงาน และยังมีการจัดกาดมั่ว หมายถึง บรรยากาศแบบตลาดพื้นบ้าน ให้ผู้คนเลือกซื้อสินค้าอาหารกันอย่างสะดวก หรือแม้กระทั่งถ้าต้องการรับประทานอาหารตามประเพณีชาวเหนือ ก็จะมีรายการ ขันโตกดินเนอร์ ระหว่างงานอีกด้วย
ส่วนการแสดงทางวัฒนธรรมจะบรรจุรายการแสดงพื้นบ้าน ตลอดทั้งกลางวันกลางคืน เช่น บนเวทีใหญ่ก็จะมีการฟ้อนต่างๆ เช่น ฟ้อนเล็บ ฟ้อนเทียน ฟ้อนสาวไหม ฟ้อนไต ฟ้อนม่านมุ้ยเชียงตา และฟ้อนจ้อง ฯลฯ การแสดงการแต่งกาย ชุดล้านนาไทยในอดีตที่หาชมได้ยากยิ่งและมี การแสดงบรรยากาศของขบวนแห่ พิธีบวชลูกแก้ว หรือปอยน้อย และขบวนแห่ ปอยหลวง ซึ่งเป็นประเพณีที่ควรอนุรักษ์ไว้ทั้งสิ้น

แหล่งอ้างอิง https://sites.google.com/site/aboutchaingmai/silpa-wathnthrrm-laea-phumipayya-thxng-thin/theskal-rm-bx-srang-canghwad-cheiynghim