แม่แจ่ม

ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของจังหวัดเชียงใหม่ ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 150 กม. แม่แจ่ม เป็นอำเภอเล็กๆ ในอ้อมกอดของหุบเขามีวัฒนธรรมที่งดงาม มีวิถีชีวิตอันเรียบง่ายในอดีตการเดินทางมาแม่แจ่มค่อนข้างลำบาก ถนนหนทางคดเคี้ยว ไปตามไหล่เขาจนได้ถูกเรียกว่าเป็นเมืองลับแลในหุบเขา เมืองแม่แจ่มมีอดีตอันยาวนานมีผู้คนอาศัยจากหลาย เชื้อชาติ แต่สิ่งหนึ่งที่ยัง คงรักษา ไว้ก็คือ วัฒนธรรมและวิถีการดำเนินชีวิตของคนแม่แจ่มที่ยังคงเรียบง่ายแต่แฝงไว้ด้วยนัยยะตามหลักพุทธธรรมคำสอน นอกจากความงดงามของวิถีชีวิตแล้ว แม่แจ่มยังเป็นเมืองสงบและนิ่งไร้การปรุงแต่งมีธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ รวมทั้งวิถีชีวิตที่เรียบง่าย อีกทั้งวัดวาอารามเก่าแก่อันทรงคุณค่าและสายน้ำแม่แจ่มที่หล่อเลี้ยงผู้คน สิ่งหนึ่งที่ถือว่าเป็นเอกลักษณ์ แห่งความงดงามอีกอย่างหนึ่ง คือ ท้องทุ่งนาขั้นบันไดอันเขียวขจีในฤดูฝน หากใครที่ยังไม่เคยเดินทางมาแม่แจ่มก็ควรจะหาเวลาดินทางเข้ามาศึกษาวัฒนธรรม ประเพณีและการดำเนินชีวิตของชาวแม่แจ่มให้ได้สักครั้ง
สถานที่ท่องเที่ยวในแม่แจ่ม
1.นาข้าวขั้นบันได

หากมาในช่วงฤดูฝน ตั้งแต่เดือน ก.ย.-ต.ค. จะพบทุ่งนาเขียวขจีเต็มท้องทุ่ง โดยเฉพาะเอกลักษณ์ท้องทุ่งนาขั้นบันไดท่ามกลาง สายหมอกและหากมา ในช่วงปลายฝนตกหนาวตั้งแต่ปลายต,ค. – กลางพ.ย.ทุ่งนาก็จะเปลี่ยนไปเป็นสีทองเหลืองอร่ามกระทบ กับแสงสีทองอ่อนๆของ ดวงอาทิตย์แล้ว ยิ่งงดงามยิ่งนัก
นาข้าวขั้นบันไดในมุมสูงที่น่าสนใจจะมี 2 จุด คือ
จุดที่ 1 บ้านกองกาน ห่างจากตัวเมือง 7 ก.ม. อยู่เลยวัดกองกานไปตามเส้นทางขึ้นเขาประมาณ 1 กิโลเมตร
จุดที่ 2 บ้านแม่ปาน ห่างจากตัวเมือง 7 ก.ม. ไปทางเส้นทางดอยอินททนนท์ เป็นจุดชมวิวนาข้าวขั้นบันไดที่สวยที่สุด การเดินทางจากวงเวียนหน้าเทศบาล แม่แจ่มแยกไปทางโรงรียนราชประชานุเคราะห์จากนั้นตรงไปเรื่อยประมาณ 5 กิโลขึ้นไปทาง โครงการวิวอินนทนนท์ ระหว่างทางจะเห็นจุดชมวิว เรียกว่า จุดชมวิวแม่ปาน
2.จุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอก บ้านบนนา

เป็นจุดชมวิวยามเช้าที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งของแม่แจ่ม การเดินทางจากหน้าอำเภอแม่แจ่ม เลี้ยวซ้ายไปทางตลาดแล้วข้ามสะพานปูน จากนั้น เลี้ยวขวาตรงไปประมาณ 2 กิโล มีทางแยกให้เลี้ยวซ้ายไปอีก 5 โลก็จะถึงจุดวิวบ้านบนนาจุดแรก จากนั้นไปต่ออีก 5 กิโลเมตร จะถึงจุดชมวิวจุดที่ 2 ซึ่งสวยงามมาก ถนนเส้นนี้เป็นทางราดยางรถยนต์ทุกประเภทสามารถขึ้นได้ (ถ้าไปไม่ถูกให้ถามชาวบ้านว่าบ้านบนนาขึ้นทางไหน)
3.จุดชมวิวม่อนหมาก

เป็นจุดชมวิวที่สวยงามอีกจุดในแม่แจ่ม กับทะเลหมอกและวิวภูเขาอันสวยงาม ถ้ามาในวันที่อากาศดีสามารถมองเห็นเมืองแม่แจ่ม ล้อมรอบ เส้นทางขึ้นไปจุดชมวิวค่อนข้างขรุขระ แคบและชัน รถที่สามารถขึ้นได้คือรถกระบะ รถมอเตอร์ไซต์เท่านั้น

4. วัดป่าแดด
ตั้งอยู่ที่ ต.ท่าผา สิ่งที่น่าสนใจ คือ ภาพจิตรกรรมฝาผนังภายในวิหาร ที่ค่อนข้างสมบูรณ์วาดโดยช่างแต้ม ชาวไทยใหญ่ เป็นเรื่องพุทธประวัติและชาดกต่างๆ วิหารหลังนี้สร้างขึ้นพร้อมกับการสร้างวัด เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2400

5.วัดพุทธเอ้น
ตั้งอยู่ที่ตำบลช่างเคิ่ง อำเภอแม่แจ่ม ตามประวัติกล่าวว่า วัดพุทธเอ้นก่อสร้างในสมัยต้นรัตนโกสินทร์ เมื่อ 200 กว่าปี มาแล้ว ความพิเศษ ของวัดนี้ คือ มีโบสถ์ที่ตั้งอยู่กลางน้ำ สร้างในสระสี่เหลี่ยมโดยปักเสาลงในน้ำล้อมรอบ ภายในวัดจะมี บ่อน้ำพุทธเอ้น ซึ่งมีน้ำใสไหล เย็นไหลออกมาจากพื้นดินตลอดเวลา ชาวแม่แจ่มถือว่าเป็นบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์และมักนิยมตักไปบริโภค หรือเก็บไว้เพื่อเป็นสิริมงคล โบสถ์น้ำนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนกับกรมศิลปากรแล้วคติการบวชในโบสถ์กลางน้ำนั้นถือว่าเป็นการบวชพระภิกษุสงฆ์ที่มีความบริสุทธิ์ มากที่สุด ได้รับอิทธิพลมาจากฝ่ายลังกา ปัจจุบันการบวชกลางน้ำนี้ได้ยกเลิกไปหมดแล้ว บริเวณด้านหลังโบสถ์น้ำมีวิหารเก่าแก่ ซึ่งภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังฝีมือช่างสกุลไทยใหญ่ ปัจจุบันหลงเหลือเพียงภาพเดียวเหนือประตูทางเข้าด้านหลัง
6.วัดกองกาน
อยู่ห่างจากวัดพุทธเอ้นประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นวัดสำคัญของชาวแม่แจ่มเนื่องจากภายในวิหารมี พระเจ้าตนหลวงซึ่งเป็นพระพุทธรูป คู่บ้านคู่เมือง แม่แจ่ม ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ชาวแม่แจ่มจะไปสรงน้ององค์ พระกันทุกปีพระเจ้าตนหลวงนี้เป็น แบบล้านนาและมี ขนาดใหญ่ที่สุดในอำเภอแม่แจ่ม ตัววิหารเป็นไม้และหลังคา มุงแป้นเกล็ดแบบโบราณ

7.วัดยางหลวง
ตั้งอยู่ที่ ต.ท่าผา เส้นทางเดียวกับวัดป่าแดด ไม่ไกลกันมาก ชาวกะเหรี่ยง หรือ “ยาง” เป็นผู้สร้างวัดนี้ขึ้นมาสันนิษฐานว่าสร้างขึ้นราว พุทธศตวรรษที่ 24 สิ่งที่น่าสนใจ คือ กู่ปราสาท หรือ กิจกูฏ ซึ่งตั้งอยู่หลังพระประธาน ในวิหาร คนโบราณถือว่าเป็นประตูไปสู่สวรรค์ ลักษณะทางสถาปัตยกรรมของ กิจกูฏเป็นแบบพุกามจากพม่ ผสม กับล้านนาสกุลช่างเชียงแสน
8. หมู่บ้านทอผ้าซิ่นตีนจก
ผ้าซิ่นตีนจกแม่แจ่ม เป็นงานหัตถกรรมผ้าทอพื้นบ้านของผู้หญิงในอําเภอแม่แจ่ม ที่คงเอกลักษณ์ดั้งเดิมที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษจาก อดีตกาลและยังคงดํารงอยู่จนถึงทุกวันนี้ ที่เกิดจากฝีมือการทออย่างประณีตตามกรรมวิธีการทอและการสร้างลวดลายบนผืนผ้า ด้วยเทคนิค การจกแบบดั้งเดิมที่เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่น ทําให้เกิดเป็นผ้าที่มีลวดลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นของชาวแม่แจ่ม ที่มีความงดงาม และเป็นผ้าทอที่มีชื่อเสียงของจังหวัดเชียงใหม่ที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ลักษณะลวดลาย ของผ้าจะมีลักษณะพิเศษเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ลวดลายจะสะท้อนถึงคติความเชื่อและความศรัทธาผูกพันอยู่กับ พระพุทธศาสนา เช่น โคม ขัน นาค หงส์น้ำต้น สะเปา เป็นต้น แม่แจ่มจึงถือได้ว่าเป็นชุมชนหนึ่งที่มีการทอผ้าซิ่นตีนจกกันมากที่สุด โดยมีหมูบ้านผ้าซิ่นตีน และแต่ละบ้านจะมีเครื่องทออยู่ใต้ถุนบ้านผลิตภัณฑ์ พื้นเมืองชนิดนี้เป็นที่นิยมอย่างสูงเพราะมีความสวยสดงดงามและลวดลายที่ออกมา
การเดินทาง อยู่ห่างจากตัวอำเภอแม่แจ่มไปประมาณ 6 กิโลเมตร (ข้ามสะพานข้างที่ว่าการอำเภอแล้วเลี้ยวซ้ายตรงหมู่บ้านที่ 4-5 ต.ท่าผา ชาวบ้านที่ตำบลนี้นิยม ทอผ้าซิ่นตีนจกกันมาก
9.วัดกองแขก ตั้งอยู่ห่างจากตัวอำเภอแม่แจ่ม ประมาณ 7 กิโลเมตร บนถนนสายฮอด-เม่แจ่ม ชุมชนบ้านกองแขกนับเป็นชุมชน เก่าแก่อีกแห่งหนึ่ง ของแม่แจ่มซึ่งเป็น ที่รวมของกลุ่มชาวบ้านที่อพยพมาจากที่ต่างๆ เช่น ชาวแม่พริกจังหวัด ลำปางชาวเชียงแสนจากเชียงราย ชาวน่าน เชียงคำ เป็นต้น เมื่อมีชุมชนเกิดขึ้น การก่อสร้างวัด และศาสนสถาน ก็เกิด ขึ้นตามมา โดยเฉพาะวิหารวัดกองแขกที่เก่าแก่ไม่น้อยกว่า ร้อยปีเป็นฝีมือช่างชาวลำปางที่อพยพ มาอยู่ ด้วยกัน และที่สำคัญคือภาพจิตรกรรมฝาผนังคอสองของวิหารนั้นมีความแปลก เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของชาวแม่แจ่มก็ว่าได้ เพราะภาพแต่ละภาพนั้นจิตรกร ได้ใส่อารมณ์ตวัดปลายภู่กันอย่างเฉียบคมยิ่งไม่ว่า จะเป็นรูปพุทธประวัติ รูปเทวดาฟ้อนรำ และรูปชาดกต่างๆ
10 .สวนป่าแม่แจ่ม เป็นสวนป่าอีกแห่งหนึ่งขององค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ ตั้งขึ้นเมื่อปี 2516 มีเนื้อที่ประมาณ 6,932ไร่ ปัจจุบันสวนป่าแม่แจ่มได้รับ การพัฒนา ให้เป็น แหล่งท่องเที่ยว มีลำน้ำแม่แจ่มที่ไหลผ่านในเขตสวนป่า เหมาะอย่างยิ่ง สำหรับการล่องแพ, ปั่นจักรยานเสือภูเขา หรือทำกิจกรรมอื่นๆ สำหรับการ พักผ่อนหย่อนใจ และทางสวนป่าได้ จัดทำสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อรองรับผู้มาเยือนอย่าง ครบครันมีแคมป์ไฟ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย คอยดูแลและอำนวยความสะดวกในยามค่ำคืน นอกจากนี้ทาง สวนป่าแม่แจ่ม ยังสามารถ ที่จะให้ความรู้เกี่ยวกับ การอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้้กับ นักเรียนหรือประชาชนทั่วไปที่ต้องการหาความรู้ และยังสามารถ จัดประชุมหรือสัมมนาของภาครัฐและเอกชนได้อีกด้วย
การเดินทางเที่ยวในตัวเมืองแม่แจ่ม
สามารถเช่ามอเตอร์ไซต์ขับชมบรรยากาศของ ธรรมชาติอันบริสุทธ์ได้อย่าง เต็มที่ ถนนหนทาง ในเมืองแม่แจ่มเป็นทางลาดยางอย่างดี ขับง่าย อัตรค่าเช่ามอเตอร์ไซต์ราคา 250 บาทต่อวันราคานี้รวมค่าน้ำมัน ข้างๆ โรงแรมแม่แจ่มจะมีที่สำหรับ ให้เช่ามอเตอร์ไซต์ หรือใช้บริการรถสองแถวนำเที่ยวสีเหลือง ท่องเที่ยวตามจุดท่องเที่ยวต่างๆ ที่น่าสนใจในอ.แม่แจ่มติดต่อคุณเป๊ก โทร 092 737 1152 , 082 888 5180

แหล่งอ้างอิง https://www.paiduaykan.com/76_province/north/chiangmai/maechaem.html